ธุรกิจและบริการ

ตราสารหนี้

หุ้นกับหุ้นกู้ต่างกันอย่างไร
Debt Equity
สถานะของผู้ลงทุน เจ้าหนี้ เจ้าของ
ผลประโยชน์จากการลงทุน จ่ายตามที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ไม่ขึ้นกับผลการดำเนินงาน เงินปันผลขึ้นกับผลการดำเนินงาน
อายุของตราสาร มี วันครบกำหนดไถ่ถอน ไม่มี วันครบกำหนดไถ่ถอน
การซื้อขายเปลี่ยนมือ ทำได้ ทำได้

"หุ้นกู้" คือ การลงทุนในรูปแบบ "ให้ยืมเงิน (ผู้ลงทุนเป็นเจ้าหนี้)" ผลตอบแทนแน่นอน

"หุ้น" คือ การลงทุนในรูปแบบ "ร่วมเป็นผู้ถือหุ้น" ผลตอบแทนไม่แน่นอน

ตราสารหนี้
คือ ตราสารทางการเงินที่ผู้ถือ (ผู้ลงทุน) มีสถานะเป็นเจ้าหนี้ และผู้ออกมีสถานะเป็นลูกหนี้ โดยที่เจ้าหนี้จะได้รับผลตอบแทนในรูปของ "ดอกเบี้ย" อย่างสม่ำเสมอตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ และได้รับ "เงินต้น" คืนเมื่อครบกำหนดอายุ
ตัวอย่างตราสารหนี้ที่พบเห็นทั่วไป เช่น ตั๋วเงินคลัง พันธมิตรรัฐบาล และหุ้นกู้เอกชน
6 เหตุผล ควรลงทุนใน "ตราสารหนี้"
  1. ลงทุนสั้นก็ได้ ยาวก็ดี
    ตราสารหนี้มีอายุตั้งแต่ 1 วัน ไปจนถึง 20 ปี ระดับความเสี่ยงหลากหลาย ผู้ลงทุนเลือกได้ตามต้องการ
  2. เป็นแหล่งรายได้ประจำ
    เมื่อลงทุนแล้วจะได้รับดอกเบี้ยเป็นงวดๆ ตามที่ระบุไว้หน้าตั๋ว เหมาะกับผู้ลงทุนที่ต้องการรายได้แน่นอน สม่ำเสมอ
  3. ผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝาก
    พันธบัตรรัฐบาลมีความเสี่ยงต่ำ แต่ให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากทั่วไป
  4. ลำดับสิทธิสูงกว่าหุ้นสามัญ
    ผู้ลงทุนในตราสารหนี้มีฐานะเป็น "เจ้าหนี้" ขณะที่ผู้ลงทุนในหุ้นมีฐานะเป็น "เจ้าของ" เจ้าหนี้จึงมีสิทธิได้รับเงินคืนก่อนเจ้าของเสมอ
  5. กระจายความเสี่ยงของพอร์ตลงทุน
    ราคาและผลตอบแทนจากตราสารหนี้จะเคลื่อนไหวในทิศทางตรงข้ามกับหุ้น จึงช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ตลงทุนโดยรวมได้เป็นอย่างดี
  6. ขายก่อนครบกำหนดได้
    ผู้ลงทุนสามารถขายตราสารหนี้ก่อนครบกำหนดได้ ซึ่งสภาพคล่องในการซื้อขายอาจแตกต่างกันไปตามปริมาณและประเภทของตราสารหนี้นั้นๆ
ดัชนีราคาตราสารหนี้... ตัวช่วยวัดมูลค่าตลาดตราสารหนี้
ดัชนีราคาตราสารหนี้

ดัชนีตราสารหนี้ (Bond Index) เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดตราสารหนี้ โดยราคาตราสารหนี้จะเป็นตัวสะท้อนภาวะของอัตราดอกเบี้ยในตลาด

กล่าวคือ หากอัตราดอกเบี้ยมีการปรับตัวลดลง ราคาของตราสารหนี้จะปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ดัชนีปรับตัวสูงขึ้น ในทางกลับกัน หากอัตราดอกเบี้ยในตลาดมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น ราคาของตราสารหนี้จะปรับตัวลดลง ส่งผลให้ดัชนีปรับตัวลดลง

นอกจากนี้ ผู้ลงทุนยังสามารถใช้ดัชนีตราสารหนี้เป็น เกณฑ์มาตรฐาน (Benchmark) ในการเปรียบเทียบผลตอบแทนจากพอร์ตการลงทุนของตนเองเมื่อเทียบกับตลาด ซึ่งอาจต้องพิจารณาองค์ประกอบอื่นควบคู่ไปด้วย เช่น ประเภทตราสารหรือายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ (Duration) ฯลฯ

ที่มา : http://www.thaibma.or.th/
สอบถามข้อมูล กรุณาติดต่อ ฝ่าย Wealth Management
โทรศัพท์ : 02-646-9650
Email : funds@fnsyrus.com